คู่มือการใช้งาน

Change Logกลับไปศูนย์ช่วยเหลือ

คัดกรองและวางแผน Scope 3

ประเมินทั้ง 15 หมวด บันทึกการตัดสินใจ และพัฒนาข้อมูลที่สำคัญต่อองค์กรนี้โดยไม่สร้างเกณฑ์ตัวเลขขึ้นเอง

การคัดกรอง Scope 3 คือการประเมินความเกี่ยวข้องอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่การเลือกเฉพาะหมวดที่คำนวณง่าย ให้เริ่มจากทั้ง 15 หมวด ประมาณจุดที่คาดว่าจะปล่อยสูงด้วยข้อมูลที่มี และเก็บบันทึกเหตุผลของกิจกรรมที่รวมและยกเว้นไว้อย่างชัดเจน

เลือกหมวดในฟอร์มรายการ

IdeaCarb ไม่มีหน้าคัดกรองแยก ให้เลือกหมวด Scope 3 ตอนสร้างรายการปล่อย Category 14 และ 15 ใช้ได้เต็มรูปแบบแต่ต้องใช้ EF กำหนดเอง

ทำแผนที่ห่วงโซ่คุณค่า

ด้านของห่วงโซ่คุณค่าCategoryคำถามสำหรับทำงาน
ต้นน้ำCategory 1 สินค้าและบริการที่ซื้อ; Category 2 สินค้าทุน; Category 3 กิจกรรมเกี่ยวกับเชื้อเพลิงและพลังงาน; Category 4 ขนส่งและกระจายสินค้าต้นน้ำ; Category 5 ของเสียจากการดำเนินงาน; Category 6 เดินทางเพื่อธุรกิจ; Category 7 เดินทางของพนักงาน; Category 8 สินทรัพย์เช่าต้นน้ำมีการปล่อยใดเกิดก่อนหรือเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานขององค์กร โดยอยู่นอก Scope 1 และ 2?
ปลายน้ำCategory 9 ขนส่งและกระจายสินค้าปลายน้ำ; Category 10 แปรรูปผลิตภัณฑ์ที่ขาย; Category 11 ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ขาย; Category 12 จัดการซากผลิตภัณฑ์ที่ขาย; Category 13 สินทรัพย์เช่าปลายน้ำ; Category 14 แฟรนไชส์; Category 15 การลงทุนมีการปล่อยใดเกิดหลังการขาย หรือผ่านสินทรัพย์และความสัมพันธ์ที่องค์กรเป็นเจ้าของ ให้สิทธิแฟรนไชส์ หรือให้เงินทุน?

ดำเนินการคัดกรองพร้อมเอกสาร

  1. ดูทั้ง 15 หมวดจากตารางด้านบน แล้วตัดสินว่าหมวดใดเกี่ยวข้องกับองค์กรในรอบนี้
  2. สร้างรายการในรายงานของหน่วยธุรกิจที่รับผิดชอบ โดยเลือก Category ที่ตรงกับกิจกรรม
  3. บันทึกเหตุผลของหมวดที่รวมและหมวดที่ยกเว้นไว้กับหลักฐานของรายการ หรือในขั้น Scope 3 ของ ส่งออกรายงาน อบก.
  4. Category 14 และ 15 ให้ใช้ EF กำหนดเองและแนบไฟล์คำนวณ
  5. ทบทวนรายการเมื่อโครงสร้างหน่วยธุรกิจหรือกิจกรรมในรายงานเปลี่ยน

แยกสิ่งที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่กรอกในรอบนี้

คำถามใช้ทำอะไรสิ่งที่ควรบันทึก
เกี่ยวข้องหรือไม่กิจกรรมนี้เข้ากับองค์กรและหมวด Scope 3 หรือไม่หมวดที่เลือก ช่วงรายงาน และเหตุผล
สำคัญพอที่จะกรอกในรอบนี้หรือไม่จะสร้างรายการใน IdeaCarb ตอนนี้ หรือยกเว้นไว้ก่อนเหตุผล ผู้รับผิดชอบ และวันที่ทบทวน

คู่มือนี้ไม่มีเกณฑ์ร้อยละบังคับที่ใช้ได้กับทุกองค์กร

ห้ามสร้างตัวเลขตัดเกณฑ์ขึ้นเองหรือใช้ร้อยละเดียวเพื่อตัดหมวดออก ให้บันทึกเหตุผลของทุกการตัดสินใจและตรวจข้อกำหนดการคำนวณ การรายงาน และการทวนสอบของ อบก. ที่เป็นปัจจุบัน รวมถึงหารือกับหน่วยงานทวนสอบภายนอกที่เลือก

กำหนดขอบเขต การยกเว้น และการแบ่งยอดของแต่ละหมวด

  • ระบุว่าแต่ละหมวดครอบคลุมช่วงเวลา สถานที่ ผลิตภัณฑ์ และแหล่งข้อมูลใด
  • ระบุรายการที่ยกเว้นพร้อมเหตุผล เช่น ไม่เข้าข่าย ไม่สำคัญพอในรอบนี้ รายงานแล้วที่อื่น หรือยังไม่มีข้อมูล
  • ใช้ข้อมูลผู้จัดหาหรือสถานที่เฉพาะส่วนที่เป็นขององค์กร แบ่งยอดด้วยปริมาณจริง เช่น มวล พลังงาน ระยะทาง พื้นที่ เวลา หรือผลผลิต หากแบ่งด้วยยอดเงิน ให้บันทึกเหตุผล
  • แบ่งยอดให้ครบและใช้วิธีเดียวกัน อธิบายวิธีแบ่ง ช่วงเวลา และสิ่งที่เปลี่ยนจากปีก่อน
  • แยก Category 1 จาก 2, Category 4 จาก 9, Category 8 จาก 13 และแยก Scope 3 จากแหล่ง Scope 1 และ 2 ที่อยู่ในองค์กร
  • ตรวจว่า EF ที่เลือก (รวม EF ของเสียหรือโลจิสติกส์) รวมขั้นตอนอื่นอยู่แล้วหรือไม่ก่อนเพิ่มอีกหนึ่งรายการ

เลือกข้อมูลและ EF ที่เหมาะกับงาน

ลำดับข้อมูลหรือวิธีการใช้งานที่เหมาะสม
1ข้อมูลจากผู้จัดหา สถานที่ หรือผู้ขนส่งที่ตรงกับงานนั้นใช้เมื่อข้อมูลตรงกับช่วงเวลา หน่วย และหมวดของรายการ
2ปริมาณที่วัดได้จริง เช่น ลิตร กิโลกรัม หรือกิโลเมตร คูณด้วยค่า EF ทั่วไปที่ใกล้เคียงกับงานนั้นใช้เมื่อยังไม่มีตัวเลขการปล่อยเฉพาะ แต่มีปริมาณที่เชื่อถือได้
3ประมาณจากยอดเงินที่ใช้จ่ายใช้ตอนคัดกรองหรือเมื่อยังไม่มีปริมาณวัดได้ จากนั้นเปลี่ยนเป็นข้อมูลที่ดีกว่าเมื่อมี

สำหรับ EF ทุกตัว ให้บันทึกแหล่งที่มา ปี หน่วย และเกณฑ์แปลงก๊าซเรือนกระจกของค่า EF (GWP) หากแผ่น EF ระบุไว้ แนบเอกสารต้นทาง ไม่ใช่เก็บเพียงตัวเลข

บอกให้ชัดว่าข้อมูลแน่นแค่ไหน

  • แยกข้อมูลที่วัดจริง ข้อมูลจากผู้จัดหา การประมาณ และการใช้ค่าแทน
  • ตรวจว่าข้อมูลครบ ตรงช่วงเวลา หน่วย และงานจริง
  • หากไม่แน่ใจ ให้บอกข้อจำกัดหลักไว้กับรายการ
  • อย่าซ่อนข้อมูลคุณภาพต่ำ ระบุว่าจะแก้เมื่อไรและใครรับผิดชอบ
  • เก็บค่าประมาณตอนคัดกรองแยกจากตัวเลขสุดท้ายในรายงาน

แหล่งอ้างอิงการคัดกรอง Scope 3

ทบทวนแหล่งข้อมูลเมื่อ: 31 สิงหาคม 2569